ใครก็ตามที่เป็นโรคไตมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องระมัดระวังในเรื่องของอาหารการกิน
เพราะไตมีหน้าที่หลักคือ การขับน้ำและของเสียออกจากร่างกาย
หากมีปัญหาเกี่ยวกับไต ก็ต้องยอมรับก่อนว่า อวัยวะกำจัดขยะออกจากร่างกายของคุณมีประสิทธิภาพไม่ดีพอ
อย่างแรกที่ต้องมาเน้นกันมากกว่าอาหารบำรุงไตคือ อาหารที่จะกลายเป็นขยะในตัวคุณ
ซึ่งหากคุณกินเข้าไปมากเกินไปก็จะเป็นภาระให้ไตที่มีปัญหาอยู่ก่อนทำงานหนักยิ่งขึ้น
อาหารที่ควรจะต้องระมัดระวังสำหรับคนเป็นโรคไตได้แก่
1. อาหารที่มีเกลือโซเดียมมากเกินไป
คนที่เป็นโรคไตมักจะถูกห้ามไม่ให้กินเค็ม เกลือ น้ำปลา
ซีอิ๊ว มีเกลือผสมอยู่ด้วยทั้งนั้น ไตที่มีปัญหามักจะขับโซเดียมออกจากร่างกายได้น้อยลง
ทำให้เกลือค้างอยู่ในร่างกาย เมื่อเกลือในร่างกายมีมาก
มันจะอุ้มน้ำเอาไว้มากเกินไป จนคนที่เป็นโรคไตมีอาการบวม
แนะนำว่าคนที่เป็นโรคไตต้องกินอาหารที่ไม่เค็ม
แต่บ้านเราที่จะเป็นปัญหามากกว่าคือเกลือที่มีรสหวาน
คนที่เป็นโรคไตจะต้องถูกห้ามไม่ให้กินผงชูรสด้วยจึงจะถูก
เพราะโมโนโซเดียมกลูตาเมทที่เป็นผงชูรสนั้นก็คือเกลือโซเดียมดี
ๆ นี่เอง การกินอาหารนอกบ้านที่มีแต่ผงชูรสไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนเป็นโรคไต
2. อาหารโปรตีนจะต้องไม่มากเกินไป ความเป็นจริงคือในแต่ละวันร่างกายใช้อาหารโปรตีนไม่มาก
ที่เหลือมันจะโยนทิ้งทางไตหมด ไม่เคยเก็บสะสมไว้ เช่น
ขนาดที่หากกินวัวทั้งตัวเข้าไป ร่างกายมันจะใช้เนื้อวัวนิดเดียวประมาณ
100-180 กรัมเท่านั้น โปรตีนที่เหลือมันจะขับออกทางไตทั้งหมด
หากคนที่เป็นโรคไตกินโปรตีน
ประเภทเนื้อวัว หมู ไก่ ปลา นม ไข่ มากเกินไป ไตที่ป่วยอยู่แล้วจะทำงานหนักมากกว่าเดิม
ดังนั้น แนะนำว่าในแต่ละวัน อาหารที่เป็นเนื้อสัตว์น่าจะมีปริมาณวันละเท่ากับ
1 ฝ่ามือของคุณเท่านั้น
ทีนี้สำหรับคนที่เป็นโรคไตเนฟโฟรติก
มีการสูญเสียโปรตีนในปัสสาวะ ให้ใช้วิธีกินโปรตีนคุณภาพสูงเข้าไปทดแทน
คือกินเฉพาะไข่ขาวในระหว่างที่ตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะ วิธีนี้จะดีกว่าการกินอาหารโปรตีนมาก
ๆ เพื่อป้องกันการสูญเสียทางไตเอาไว้ก่อน แนะนำว่า ให้กินไข่ขาววันละ
4-6 ฟองจะช่วยทดแทนโปรตีนที่สูญเสียไปกับปัสสาวะในแต่ละวัน
หากไม่มีโปรตีนรั่วออกมาในปัสสาวะแล้วก็ให้งดการกินไข่ขาวไป
3. สารปนเปื้อนในอาหารทุกชนิดต้องงดเด็ดขาด
เช่น สีผสมอาหาร กลิ่นสังเคราะห์ รสชาติสังเคราะห์ สารกันบูด
กันเชื้อรา ฯลฯ เพราะสารเคมีเหล่านี้ล้วนเป็นภาระให้ไตต้องขับออกนอกร่างกาย
ทำให้ไตทำงานหนักโดยใช่เหตุทั้งสิ้น ดังนั้นควรเลี่ยงอาหารสำเร็จรูปจากซูเปอร์มาร์เก็ต
ทีนี้มาว่าด้วยอาหารบำรุงไตกันบ้าง
ก็คงต้องเริ่มต้นจากสมุนไพรนั่นแหละ สมุนไพรบางอย่างก็นำมากินเป็นอาหารได้
บางอย่างก็ไม่ได้ ลองใช้วิจารณญาณเอาดังต่อไปนี้
สมุนไพร
บำรุงไตสามารถแยกออกได้เป็น
2 ประเภท ประเภทที่บำรุงไตโดยตรง แก้กระษัย
ไตพิการจริง
ๆ และประเภทที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ
ซึ่งจะช่วยขับน้ำออกจากร่างกายเหมาะสำหรับคนที่ไตมีปัญหาขับน้ำและเกลือแร่
ออกจากร่างกายไม่เก่ง
สมุนไพรไทยบำรุงไต
อาจจะต้องใช้เป็นประจำทุกวัน สมุนไพรที่มีอยู่ทั่วไป ที่พอจะหาได้ง่าย
และสามารถนำไปใช้โดยไม่มีผลข้างเคียง ยกตัวอย่างเช่น
- เกสรหรือไหมข้าวโพดและซังข้าวโพด
เอาตากแห้งแล้วต้มน้ำดื่มแทนน้ำ
สรรพคุณ
: แก้ไตอักเสบ ขับปัสสาวะ แก้บวมน้ำ
- ใบข่อย
ใช้ต้มน้ำแบบใบชาดื่มแทนน้ำ
สรรพคุณ
: แก้ไตพิการ ขับปัสสาวะ
- ใบ
ต้น และรากหรือเหง้าของเตย ต้มดื่มแทนน้ำ
สรรพคุณ
: แก้กระษัย ไตพิการ ขับปัสสาวะ
- ดอกบานไม่รู้โรยเฉพาะดอกสีขาว
ใช้ต้มน้ำดื่มแบบน้ำชาแทนน้ำ
สรรพคุณ
: แก้กระษัย แก้โรคทางเดินปัสสาวะ ขับปัสสาวะ
- เปลือก
เหง้า และตะเกียงสับปะรด ต้มกับน้ำจนเดือด เคี่ยวนาน
15 นาที
สรรพคุณ
: แก้กระษัย บำรุงไต ขับปัสสาวะ แก้นิ่ว
- หญ้าใต้ใบทั้งต้น
ต้มกับน้ำจนเดือด เคี่ยวนาน 15 นาที
สรรพคุณ
: กระตุ้นสมรรถภาพไต
- ต้นหญ้าหนวดแมว
หั่นตากแห้งชงกินแบบน้ำชาต่างน้ำ
สรรพคุณ
: แก้กระษัย ทำให้ไตมีกำลัง ขับปัสสาวะ แก้นิ่ว
- ถั่วเหลือง
กินเป็นนมถั่วเหลือง หรือเต้าหู้ เป็นประจำ หรือจะใช้สารสกัดจากถั่วเหลืองที่ชื่อไอโซฟลาโวน
หรือเจนีสเตอิน ครั้งละ 1 เม็ด (25 -30 มก.) วันละ 2
ครั้ง หลังอาหาร
สรรพคุณ
: เสริมสมรรถภาพไต ทำให้ไตทำงานได้ดีขึ้น
- ผลหม่อน
กินสดทั้งผล มีสารประกอบของวิตามินซี ไบโอฟลาโวนอยด์สูงมาก
สรรพคุณ
: บำรุงไต แก้อาการอักเสบของเนื้อไต
สมุนไพรขับปัสสาวะ
มีสมุนไพรไทยหลายชนิดที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ เป็นการขับเอาน้ำออกจากร่างกาย
ลดอาการบวมน้ำได้ดี ที่หาได้ง่ายและไม่มีผลข้างเคียง
สามารถเอามาต้มน้ำดื่มหรือกินเป็นอาหารได้เช่น ลูกเดือย
ใบเตย น้ำเต้า ตะไคร้ กระเจี๊ยบ กระชาย บวบเหลี่ยม อ้อย
(ลำต้น) เป็นต้น
บทความโดย พญ.ลลิตา
ธีระสิริ
No comments:
Post a Comment